[SF][HxH] Your painfulness is my heartache

posted on 22 Dec 2007 21:01 by j-ne in FicTioN

เอ่อ ก็แค่เอาฟิคที่ไม่สมบูรณ์มาแปะ - -^^

 

(คงไม่มีใครเผลอเข้ามาอ่านหรอกนะ)

 

เอามาแปะไว้เฉยๆ ค่ะ (ไม่ต้องอ่านหรอก)

 

 

 

 

 

-----------------------------------------------------------------

 

 

 

มีบางสิ่งในโลกนี้ ที่ต่อให้อธิษฐานเท่าไร ก็ไม่อาจสมปราถนา.

..แต่ถึงอย่างนั้น

...ต่อให้รู้อย่างนั้นก็เถอะมนุษย์ก็ยังเฝ้าอธิษฐานต่อไป...  

 

Title:: Your painfulness is my heartache

Author:: J-Ne 

 

จริงหรือ? เจ้าของเรือนร่างบอบบางเขย่ามือเขาพลางถามซ้ำอย่างตื่นเต้น พอเขาพยักหน้ารับแทนคำตอบเท่านั้นล่ะ คนตัวเล็กก็คลี่ยิ้มกระจ่างใสแต้มดวงหน้าขาวจัดอย่างถูกอกถูกใจ 

นายนี่น้า ติดใจอะไรนักหนากับเมืองไทยฮันเกิงยกมุมปากยิ้มเอ็นดูกับท่าทางเด็กๆ ที่ได้เห็นได้ไม่บ่อยนักของคนรัก เขาวางมือลงบนเรือนผมดำขลับของอีกฝ่ายเบาๆ ขณะที่ฮีชอลกำลังทำท่าขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด 

สวย!” คำตอบสั้น ก่อนฮีชอลจะเอนตัวเข้ามาซุกอกกว้างของเขา

อยากไปทะเลจัง 

พัทยาน่ะหรือ?  

ฮื่อ.. ไม่ใช่สิ นั่นน่ะเคยไปแล้วนี่นา 

แล้วที่ไหนล่ะ หือม์ ภูเก็ต อยากไปภูเก็ต” 

 ไว้เดี๋ยวจะพาไป 

จริงหรือ จริงๆ นะ ดวงหน้าที่ซุกอยู่กับแผ่นอกของเขาเงยขึ้นมามองตาแป๋ว พอได้เห็นฮันเกิงพยักหน้าแทนคำตอบอีกครั้ง ฮีชอลถึงได้ฉีกยิ้มกว้างแล้วเลื่อนริมฝีปากมาแตะแก้มเขาเบาๆ ทีหนึ่ง ก็อ้อนน่ารักอย่างนี้ แล้วจะให้เขาไม่ใจอ่อนได้ยังไงล่ะ 

ฮันใจดีที่สุดในโลก 

หือม์ แค่นี้พอหรือ? หนีกันไปสองคนน่ะนะ พอกลับมายังไงก็ต้องโดนผู้จัดการเอ็ดเอาแน่ๆ

ยิ่งเห็นฮีชอลเอียงศีรษะน้อยๆ อย่างใครรู้ ฮันเกิงก็ยิ่งรู้สึกอยากแกล้งคนตัวเล็กขึ้นมา ดวงตากรุ้มกริ่มเริ่มกวาดไปทั่วร่างขาวเนียน สายตาคมๆ ที่เรียกเลือดร้อนๆ ให้วิ่งพล่านทั่วดวงหน้าหวานจัด  

ฮัน!” เสียงหวานกดดุเป็นเชิงปราม แล้วฮีชอลก็บ่นกระปอดกระแปดต่อ เมื่อเห็นเขาทำท่าเสียดายนักหนา อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะ พรุ่งนี้ฉันมีอัดรายการแต่เช้า ไม่ได้นอนกันพอดี 

งั้นฉันก็เสียเปรียบแย่สิฮันเกิงหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นดวงหน้างามขว้างค้อนประหลับประเหลือกมาให้ ปากแดงอิ่มเชิดขึ้นอย่างไม่พอใจ ก่อนฮีชอลจะเริ่มชักน้ำเสียงรวนๆ ใส่ 

ไม่พอใจ ก็ไม่ต้องไป 

เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันให้นายติดไว้ก่อน เผื่อว่านายอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปทำที่ทะเลโน่น ฮีชอลถลึงตาใส่คนที่พูดเรื่องทุเรศๆ ออกมาอย่างไม่อายปาก มือบางทำท่าจะทุบอั้กใส่คนหน้าหนา ทว่าฮันเกิงก็แสนรู้คว้าข้อมือเล็กไว้ได้เสียก่อน

 เออะอะไรก็ใช้มือเข้าว่านะ นายนี่ 

พูดถึงตัวเองรึไงล่ะ เจ้าบ้า คนมือไวยิ้มเผล่รับคำชม แล้วมือเจ้าปัญหาของฮันเกิงก็เริ่มทำหน้าที่ดึงเอาคนตัวเล็กมาใกล้ๆ ส่วนริมฝีปากหยักที่ไวไม่แพ้กันก็กดประทับลงบนกลีบเนื้อนุ่มฉกฉวยความหวานจากโพรงปากเล็กราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ จูบที่รุกเร้าเริ่มกลายเป็นอ่อนโยน เมื่อมือที่ดันอกเขาอยู่เปลี่ยนเป็นขยำเสื้อเขาไว้แทน รสจูบอ่อนหวานที่ต่างปรนเปรอให้กัน ฮันเกิงเก็บลิ้มเลียมันอย่างไม่รู้เบื่อ ราวกับหมู่ภมรดอมดมความหวานจากดอกไม้ 

ไอ้...ฮีชอลหน้าแดงจัด กราดนิ้วใส่หน้า ทำท่าร่ำๆ จะต่อว่าเขา หลังจากฮันเกิงยอมถอนจูบออกมา 

คนฉวยโอกาส ฮันเกิงต่อให้ พลางยักคิ้วกวนประสาท 

ให้ตายเหอะ ฉันอยากจะให้แฟนคลับนายมาเห็นตอนนี้จริงๆ พ่อคนดี! พ่อเทพบุตร! เฮอะ  

นายก็ชอบไม่ใช่หรือ ถ้าจำไม่ผิด เมื่อกี้นายยังโอบคอฉัน แถมยังจูบตอบ แล้ว... พูดไม่ทันจบ เสียงแหวก็กรีดสูงใส่ฮันเกิง พร้อมกับหมอนใบโตที่ลอยกระแทกปั้กเข้ากลางหน้า 

หยุดเลยนะ ฮัน! ไอ้บ้า ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้มือปลาหมึก ไอ้... แล้วคำสบถพรืดยาวเป็นชุดก็หลุดออกมาจากปากสวยๆ ของฮีชอลไม่หยุด ส่วนฮันเกิงก็ทำแค่นั่งปั้นหน้าใสซื่อเป็นเทพบุตรอย่างฮีชอลว่า มองคนที่เหนื่อยจนหน้าแดงหายใจหอบอย่างอารมณ์ดี  

เหนื่อยหรือยัง ถ้าเหนื่อยแล้วก็นอนเถอะ พรุ่งนี้มีอัดรายการแต่เช้าไม่ใช่หรือไง น้ำเสียงที่เริ่มเป็นการเป็นงานไม่มีเค้ากวนประสาทของฮันเกิง ทำให้ฮีชอลคลายอาการปั้นปึ่งลง ยอมเดินปึงๆ มากระแทกตัวนั่งข้างๆ พ่อเทพบุตรคนแกล้งซื่อโดยไม่คัดค้านอะไร 

ว่าไงล่ะ หือม์? ต้องให้จุมพิตก่อนนอนไหมครับ เจ้าหญิง 

อย่าแม้แต่จะคิดเชียว ถึงจะตอบไปอย่างนั้น แต่ฮีชอลก็หลับตาพริ้ม รอให้ฮันเกิงกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา สัมผัสอุ่นๆ บนดวงหน้า ที่ทำให้จังหวะหัวใจเต้นไปอย่างนุ่มนวลกว่าเคย 

ที่ยอมนี่ก็เพราะเห็นว่าจะพาไปเที่ยวหรอกนะ ฮีชอลบ่นอุบอิบเบาๆ เมื่อเห็นคนตัวโตกว่าทำท่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างได้ใจ อย่าได้คิดจะผิดสัญญาเชียวล่ะ 

รับบัญชาครับ เจ้าหญิง   

 

 

 5.00 น.

ฮีชอลสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อตวัดสายตามองตัวเลขเรืองแสงในกรอบนาฬิกาดิจิตอลบนหัวเตียง มือบางลากเปะปะไปยังโต๊ะข้างเตียงเพื่อหาเจ้าโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงครืดคราดน่ารำคาญ ตั้งใจจะกดทิ้ง ทว่าความรู้สึกบางอย่างก็ร้องห้าม ครั้นมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ฮีชอลก็ขมวดคิ้วมุ่น 

คิบอมโทรมาทำไมตอนนี้?

สงสัยคงเป็นเรื่องด่วนจริงๆ ไม่อย่างนั้นเจ้านั่นก็คงรอบอกเขาพรุ่งนี้ ยังไงบ่ายๆ ก็ต้องถ่ายซิทคอทด้วยกันอยู่แล้ว 

ฮัลโหล ฮีชอลกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถามไถ่อะไร ปลายสายก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน 

พี่ฮะ คุณลุง.. คุณลุง... แล้วฮะ เสียงสั่นเครือของคิบอมทำให้ฮีชอลสามารถสลัดความง่วงงุนหายไปได้เป็นปลิดทิ้ง 

ใจเย็นๆ ก่อน คิบอม ฉันฟังนายพูดไม่รู้เรื่อง 

คุณลุงเสียแล้วฮะ คุณลุงอี พ่อทงเฮ...  ฮีชอลเคยพบคุณอีอยู่หลายครั้ง ท่านเป็นผู้ชายที่ใจดีมากคนหนึ่ง แม้จะมีสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่ว่านะ... แต่ว่าครั้งสุดท้ายเขายังเพิ่งนั่งกินแอปเปิ้ลคุยกับคุณลุงเองไม่ใช่หรือ 

พี่ฮะ คิบอมยังเรียกชื่อเขาซ้ำๆ อีกหลายครั้ง หากฮีชอลก็ยังนิ่งอึ้ง ร้อนถึงฮันเกิงที่ตื่นมาได้ครู่หนึ่งแล้ว ต้องรับโทรศัพท์ไปจัดการเอง 

งานศพจะจัดขึ้นอีกสองวัน ที่มอกโพ ฮันเกิงบอกเสียงแผ่วเบาหลังจากวางสายโทรศัพท์ไป แล้ววงแขนอุ่นๆ ก็ตวัดร่างเล็กเข้าไปหาอย่างปลอบประโลม  

ฮัน... คุณลุง คุณลุงไม่อยู่แล้ว 

ฉันรู้ ฉันรู้ ฮีชอล แต่นายต้องเข้มแข็งสิ ไม่อย่างนั้นทงเฮจะยิ้มได้หรือ 

 

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ แต่ฮีชอลก็รู้สึกเขารู้สึกถึงหยาดน้ำอุ่นๆ

ที่ตกกระทบลงมาบนไหล่ของเขา

เขารู้สึกได้ว่าเจ้าของวงแขนอุ่นๆ นี้

กำลังสั่นสะท้านฮันเกิงเสียใจ...

ใช่สิ ใครๆ ก็รู้ว่าฮันเกิงกับคุณลุงเข้ากันได้ดีแค่ไหน

ฮันเกิงบอกให้เขาภาวนา

ฮันเกิงบอกให้เราร่วมกันภาวนา 

 

รู้อะไรไหม?

บางสิ่งบางอย่างบนโลกนี้ ต่อให้คนเราอธิษฐานแค่ไหน

เฝ้าอธิษฐานเท่าไร มันก็ไม่อาจเป็นจริงได้แต่ถึงอย่างนั้น

ต่อให้รู้อย่างนั้น มนุษย์ก็ยังเฝ้าอธิษฐาน

หลายสิ่งหลายอย่าง ไม่มีวันสมปราถนา

แต่ถึงอย่างนั้น มนุษย์ก็ยังอธิษฐาน... เฝ้าอธิษฐานซ้ำๆ 

 

คุณลุงจากไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ไม่ว่าเขาจะภาวนาเท่าไหร่ ไม่ว่าทงเฮจะเสียใจแค่ไหนแต่ถึงอย่างไร

ท่านก็จากไปแล้ว... ไม่อยู่แล้ว

เขาไม่เคยศรัทธาในพระเจ้า แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากขอขอให้ท่านคอยอยู่ข้างบนนั้น คอยมองทงเฮ มองดูซุปเปอร์จูเนียร์ประสบความสำเร็จ

ถ้าเป็นอย่างนั้น คำอธิษฐานของเขาจะสมปราถนาไหมนะ  

 

 

 “ค รั บ ได้ครับ ฝากบอกแม่ด้วยว่าไม่ต้องห่วง แล้วผมจะบอกครอบครัวอีให้ครับ พี่ฮีจินก็พักผ่อนด้วยล่ะฮะ ฮีชอลกดวางสาย ก่อนพับฝาปิดโทรศัพท์มือถืออย่างอ่อนล้า หันไปยิ้มเหนื่อยๆ ให้ผู้จัดการ แล้วจึงเอ่ยตอบเบาๆ เมื่อเห็นสายตาสงสัยของอีกฝ่าย

 พี่สาวโทรมาน่ะฮะ ที่จริงวันนี้ต้องกลับบ้าน ซึงฮวานพยักหน้าเงียบๆ ปล่อยให้คนตัวเล็กเอนหลังหลับตาพิงเบาะรถเพื่อพักผ่อน 

 ฮีชอลทำงานมาตั้งแต่เช้าแล้ว ถึงจะอยากไปหาน้องชายร่วมวงให้เร็วที่สุด แต่เพราะหน้าที่คนตัวเล็กจึงต้องฝืนปั้นหน้ายิ้มอัดรายการทั้งที่กำลังเหนื่อยอ่อน ซึงฮวานมองคนตัวเล็กที่ผล็อยผลับไป 

ฮีชอลดูเหนื่อย...

ไม่ใช่เพราะงานหนัก เขารู้ รู้ดี

เพราะดูแลฮีชอลมาตั้งแต่เดบิวต์ใหม่ๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าฮีชอลเคยโหมงานหนักกว่านี้ 

แต่ที่มันล้า คือข้างในนั้น ใต้อกนั่นคนอื่นก็เหมือนกัน ไม่มีบรรดาลิงๆ ในซุปเปอร์จูเนียร์เหลือให้เขาดุสักคน

ทั้งที่ฮีชอลอยากไปหาทงเฮตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่เพราะหน้าที่ คนตัวเล็กถึงต้องปั้นยิ้มเป็นตุ๊กตา

ทั้งที่เขาเป็นผู้จัดการวง แต่ทำอะไรไม่ได้เลย ช่วยอะไรไม่ได้เลย ปลอบอะไรใครไม่ได้เลย ทั้งที่เขาต้องเข้มแข็ง และดูแลเด็กๆ ไม่ใช่หรือ 

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่มนุษย์ทำได้ก็คือการอธิษฐาน สิ่งที่เราทำได้มันก็มีแค่นั้น

เพราะมนุษย์ช่างอ่อนแอ อ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน 

รัตติกาลล่วงมากว่าค่อนคืนแล้ว ถนนจึงเงียบเหงา ไม่มีรถสัญจรไปมามากนัก ซึงฮวานก้มมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนตัดสิดในเพิ่มระดับความเร็วให้แรงขึ้น 

เสียงแตรรถกรีดร้องดังกึกก้องท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงัด  แสงสว่างส่องจ้าแยงเปลือกตาบางจนฮีชอลกระพริบตาลืมขึ้น ภาพสุดท้ายที่เห็นคือเลือดสีแดงข้น ก่อนที่สติทั้งหมดจะเลือนหายไป 

 

 

 

 

 

ขอโทษนะ ขอโทษนะฮัน  

 

 

รู้อะไรไหม?

ในโลกนี้ไม่มีอะไรจริงสักอย่าง

ทุกคนล้วนหลอกลวง ทุกสิ่งล้วนลวงหลอก 

นี่ รู้อะไรไหม ฮันเกิง...

จันทร์เสี้ยวที่เราเห็นผ่านหน้าต่างนั่น

มันก็ยังเต็มดวงอยู่ใช่ไหมเพียงแต่เราเห็นมันแค่เสี้ยวเดียว

เพียงแค่เราเห็นมันเสี้ยวเดียวเท่านั้น

ไม่มีอะไรจริงสักอย่างเดียวทุกคนต่างหลอกลวง ทุกสิ่งต่างลวงหลอกแม้แต่นาย

 แม้แต่คำสัญญาของเรา...มันก็ไม่จริงเลย...

 

 

edit @ 22 Dec 2007 21:14:22 by ♪ J-Ne ♪

Comment

Comment:

Tweet