[SF][HxH] Your painfulness is my heartache [2]

posted on 22 Dec 2007 21:15 by j-ne in FicTioN

 เอ่อ คุณน้องคอมอาการป่วยแปลกๆ เปลี่ยนฟอนท์ไม่ได้ - -*

ช่างมันเหอะ

-------------------------------------

Title:: Your painfulness is my heartache [2]

Author:: J-Ne    

 

08.08.2006          

6:45 น. 

ทุกสิ่งทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้น...

ราวกับฟันเฟืองของนาฬิกาเคลื่อนตัวหมุนช้าๆ 

 

เพียงแค่ขยับขานิดเดียว ความปวดร้าวก็แล่นเข้าสู่ร่างกายจนต้องชักสีหน้าเหยเก ฮีชอลกัดฟันข่มความเจ็บปวด แต่ถึงจะพยายามแล้ว เขาก็ยังหลุดเสียงร้องโอดโอยออกมาอยู่ดี เสียงครางเบาๆ ที่คงมีใครสักได้ยิน ใครคนนั้นจึงร้องตะโกนขึ้นมาดังลั่น 

คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ คุณหมอ 

เขาคือคิมฮีชอล คิมฮีชอลแน่ๆ ฉันมีประวัติของเขาน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีจนปิดไม่มิดของหญิงสาวสักคนหนึ่ง ใครสักคนยังพูดอะไรงึมงำไม่หยุด ไม่สิ จริงๆ แล้วมีใครหลายคนส่งเสียงจ้อกแจ้กอยู่รอบตัวเขา  

อา น่ารำคาญชะมัด!

ฮีชอลอยากโพล่งออกมาอย่างนั้น แต่ลำคอของเขากลับแห้งผาก และเปลือกตาก็หนักจนเปิดไม่ขึ้น 

พักผ่อนก่อนเถอะครับพี่ เดี๋ยวพวกเราต้องย้ายโรงพยาบาลกันอีก เสียงกล่าวคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคิบอม  

แล้วฮันเกิงล่ะ?

ทำไมคนที่มารับเขาถึงไม่ใช่ฮันเกิง 

ฮีชอลพยายามส่งเสียงผ่านลำคออันแห้งผากของตัวเอง แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจฝืนมันได้ เขาจึงปล่อยให้ความอ่อนเพลียพาตัวเองจมลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง 

จริงๆ แล้ว คนที่ไม่ศรัทธาในพระเจ้าอย่างเขา ไม่สมควรได้รับพรอะไรสินะ

แต่ถึงอย่างนั้น คิมฮีชอลก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งมนุษย์ที่อ่อนแอและบอบบางเขาได้แต่อธิษฐาน 

บางทีนะ บางที... บางทีถ้าตื่นมาอีกครั้ง เขาคงพบฮันเกิงกำลังนั่งกุมมืออยู่ใช่ไหม?  

 

 

 เป็นเวลากี่ชั่วโมงไม่รู้ที่รถสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลแล่นไปตามท้องถนน ขณะที่มันวิ่งกุกกักไปอย่างไม่เร่งร้อนนัก ขาของเขาก็ปวดแปลบไปตามแรงสั่นสะเทือนของมัน อาจเพราะความเจ็บปวดนี้เองที่ขับไล่ความง่วงงุน ออกไป หรืออาจเพราะได้พักผ่อนมาบ้างแล้ว ฮีชอลเลยมีแรงพอจะขยับเปลือกตาเปิดขึ้นมาได้ ในรถพยาบาลนี้ มีคนที่กำลังกุมมือเขา ดวงตาแดงก่ำรื้นไปด้วยน้ำตา ดวงหน้าซีดเซียวขยับรอยยิ้มบางเมื่อเห็นเขารู้สึกตัว                        

ไม่ใช่...ไม่ใช่ ฮันเกิง ทำไมกันล่ะ?

บางทีฮันอาจจะยังไม่รู้ข่าว

บางที อาจจะยังไม่มีคนบอกหมอนั่นบางทีฮันอาจจะกำลังติดงานอยู่

บางทีนะ... บางที 

 

เรียวปากบางเผือดสีพยายามแย้มยิ้มตอบกลับอย่างฝืดๆ ภาพดวงหน้าของน้องชายร่วมวงพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา ปากสั่นขยับพึมพำเอ่ยเรียกชื่ออย่างขอบคุณ 

......ทั้งที่ตั้งใจเรียกชื่อคิบอม หากสิ่งที่ผ่านลำคอออกมามีเพียงลมเปล่าๆ กับไอร้อนของลมหายใจเท่านั้น  

บางทีลิ้นของเขาคงจะมีปัญหา ล่ะมัง 

คิบอมมองดูคนตัวเล็กที่หน้าเจื่อนลง ก่อนกระชับมือเขาแน่นเพื่อให้กำลังใจ เพียงเท่านั้นฮีชอลก็รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่คิดจะปกปิดความอ่อนแอ 

เจ็บไหมฮะ เสียงคิบอมฟังดูแหบลึก  

 

นายดูฉันมากี่ชั่วโมงแล้วนะ คิบอม

ยิ่งได้มองหน้าใกล้ๆ อย่างนี้ ฮีชอลก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าขอบตาคิบอมคล้ำแค่ไหน

พยายามจะเอ่ยปฏิเสธ แต่สิ่งที่ออกมาก็เป็นแค่ลมแผ่วๆ ฮีชอลจึงส่ายหน้าเบาๆ แทน 

 

อยากจะเอ่ยถามหาใครคนนั้นแต่ฮีชอลก็ไม่กล้า ไ

ม่ใช่เพราะเสียงที่หายไป

แต่เป็นเพราะเขากลัว.. 

เพราะมีหลายสิ่งเหลือเกิน ที่ต่อให้อธิษฐานเท่าไร ก็ไม่อาจสมปราถนา  

 

 

 8.00 น.

เราเดินทางมาถึงโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโซล คิบอมแยกไปติดต่อเรื่องประวัติคนเจ็บและห้องพัก ขณะที่บุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนเจ็บเคลื่อนย้ายเข้าสู่ห้องทำ CT SCAN ทันที 

เขาถูกพากลับมายังห้องพัก เพื่อรอฟังอาการของตนเอง คิบอมหายไปไหนไม่รู้ยังไม่กลับมา แต่ทันทีที่เตียงถูกเข็นมาถึงหน้าห้องพัก เขาก็พบกับพี่สาวตัวเองที่ยืนรออยู่  

ทั้งที่ตอนนี้เลยเวลาโรงเรียนเข้าไปนานแล้ว ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่มีสอนหรือไงนะ 

พ่อบอกว่านายรถคว่ำ ยัยนั่นทำตัวน้ำเน่าเหมือนในละครไม่มีผิด แค่เห็นเขาก็มือไม้อ่อนทำกระเป๋าร่วงลงพื้น จนฮีชอลอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาตำหนิให้พี่สาวอย่างเคยชิน 

จะร้องไห้ทำไม ยัยบ้าพี่ฮีจินสะอึกสะอื้นเหมือนเด็ก 

 นายก็ร้องไห้เหมือนกันนั่นแหละ ตาบ้า  

ใครร้องไห้กัน หือม์? ทำไมฉันต้องร้องไห้ด้วยล่ะ 

นายร้องไห้ ฮีชอล นายกำลังร้องไห้ น้ำเสียงโรยๆ บอกเขา พร้อมกับนิ้วสั่นเทาที่เลื่อนมาแตะตรงหยาดน้ำร้อนผ่าวบนดวงหน้าสวย 

หมอบอกว่ากระดูกต้นขาของเขาแตก หัวเข่าของเขาก็เช่นกัน ตอนนี้ถึงเสียงจะกลับมาแล้ว แต่ลำคอก็ยังแห้งเหมือนกลืนทรายเข้าไป เวลาขยับปากพูดอะไรสักคำลิ้นก็ระบมไปหมด 

คิบอมบอกว่าหมอเพิ่งเย็บลิ้นให้เขา อย่าเพิ่งพูดอะไรมากนัก แล้วก็ยังไม่สามารถทานอะไรหนักๆ ได้ 

เวลาล่วงไปเกือบครึ่งชั่วโมงที่เราสองพี่น้องกอดกันร้องไห้ บุรุษพยาบาลคนเดิมกลับมาอีกครั้ง เพื่อรับตัวเขาไปเข้าห้องผ่าตัด แล้วนายก็ยังไม่มา

ฮันเกิง สุดท้ายแล้วนายก็ไม่มา...

นเวลาที่เขาปวดร้าวมากที่สุด

คนที่เขาต้องการมากที่สุด กลับไม่อยู่เคียงข้างกันเลย 

 

หลายคนบนโลกนี้ ไม่อาจสมปราถนา

เช่นเดียวกับความหวังของเขา

ความหวังที่ริบหรี่เลือนลางเหลือเกิน   

 

 

เมื่อเสียงดนตรีบรรเลงจากฟากฟ้า
หยาดน้ำตาที่เปิดเผย
เสียงหัวเราะของตัวเองที่เปล่งออกมามันช่างน่ามึนงง แต่ว่า..
หรือว่ากำลังป่วยอยู่นะ