[Fan Fiction The Love of Siam]

Title:: วันของเรา

Writer:: *kerorina

Rate:: G

 

 

เมื่อมีความรักย่อมมีความหวัง…

แล้วคุณเคยลองถามตัวเองไหม ว่ายังมีความหวังกับความรักอยู่หรือเปล่า?


 

 

 “มิวนี่เหมือนดาราเลยเนอะ” ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอะไรไม่รู้ อยู่ดีๆโต้งก็ลดนิตยสารในมือลง ก่อนหันมามองหน้ามิวแล้วก็ยิ้มขัน

 “บ้าดิโต้ง มิวเป็นนักร้องนะ ไม่ใช่ดารา” มิวค้านพลางขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นโต้งโบกไม้โบกมือไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ ยังไม่ทันได้ต่อความยาวสาวความยืดโต้งก็เอามือโอบไหล่มิวแล้วกระชับเข้ามาใกล้ๆเพื่อให้มิวได้เห็นนิตยสารเจ้าปัญหาในมือชัดๆ

“มิวก็ดูดิ” โต้งว่าขณะพยักเพยิดให้มิวดูตรงที่เขาเอานิ้วจิ้มไว้

“ไหนๆ นี่มันบทสัมภาษณ์มิวนี่ แล้วมันแปลกยังไงล่ะโต้ง”

 

“ก็เนี่ย ตรงนี้เขาถามมิวว่า ‘อยากกถามว่าน้องมิวมีคนรู้ใจหรือยังเอ่ยข่าวว่าตอนแต่เพลงกันและกันในอัลบั้มแรกน้องมิวแต่งให้คนพิเศษใช่ไหม’ ”

 “แล้ว..?”

 

“แล้วทีนี้มิวก็ตอบเขาว่า ‘ไม่ใข่ครับมิวแต่งให้เพื่อน’ 

 

"แล้วมันเหมือนดาราตรงไหน มิวงงนะเนี่ย”มิวเลิกคิ้วถามอย่างไม่เห็นว่าเรื่องที่โต้งพูดเป็นเรื่องแปลก

“อ้าว มิวไม่เคยได้ยินเวลาดาราเขาแก้ข่าวหรอโต้งเห็นไอ้ที่เพื่อนกันครับ เพื่อนกันเนี่ย รายไหนรายนั้น แฟนกันทุกราย”โต้งพยักหน้าเป็นจริงเป็นจังกับเรื่องที่ตัวเองพูด

 

“ดาราก็ส่วนดาราสิโต้ง เกี่ยวอะไรกับมิว”

 

“ก็นี่ไง โต้งถึงบอกว่ามิวเหมือนดาราไง”คุยกันมาจนถึงตอนนี้มิวก็เริ่มจะเข้าใจเจตนาที่โต้งต้องการสื่อ แต่ ‘คนเหมือนดารา’ก็ลองแกล้งสวมบทคนซื่อบื้อตีสีหน้าไม่รู้เรื่องต่อไป

 

“มิวร้องเป็นแต่เพลงโต้ง เล่นหนังไม่เป็น” ปากก็ว่าไป แต่มิวเก๊กหน้ามึนได้เนียนสุดๆ

 

“มิวก็ลองคิดดูดิ ว่ามิวแต่งเพลงกันและกันให้ใคร”

 

“เอ...  ใครน้า?”มิวลากเสียงยาว พลางทำท่าเอียงคอนึก “อือม์ คุ้นๆ ว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็ก นานมากๆละ มิวก็จำไม่ค่อยได้เหมือนกันแหละ”

 

“มิวอ่ะ! อ๋อ นี่แกล้งโต้งใช่ไหมเนี่ย” โต้งทำหน้าบึ้งๆเมื่อรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายแกล้งเข้าให้ ครั้นมองไปเห็นเจ้าของดวงหน้ากระจ่างกำลังคลี่ยิ้มเยาะเย้ยเขาแล้วโต้งก็รู้สึกหมั่นเขี้ยวจนอดเอามือไปดึงแก้มใสให้โย้ไปทางซ้ายทีทางขวาทีไม่ได้

 

“โอ๊ย เล่นอะไรเนี่ยโต้ง มิวเจ็บน้า~”มิวบ่นกระปอดกระแปด แต่แค่ดูก็รู้ว่าไม่ได้เจ็บจริง

 

“ลงโทษๆ มิวอยากนิสัยไม่ดีมาแกล้งโต้งก่อนเอง นี่แน่ะๆ จำได้รึยังฮึ?” โต้งเริ่มเปลี่ยนจากดึงแก้มมาขึ้นคร่อมแล้วลงมือจี้เอวอีกฝ่ายไม่หยุด

 

“เอ้ย โต้งพอแล้ว ฮ่าๆ มิวหายใจไม่ออก โต้งตัวหนัก ฮ่าๆลงไปได้แล้วโต้ง”

 

“ไม่เอา บอกก่อนว่าจำได้หรือยัง?”

 

“จำอะไรโต้ง โอ๊ย ฮ่าๆ ไม่รู้ มิวจำไม่ได้ โอ๊ย ฮ่าๆ”

 

“เฮอะ จำไม่ได้ใช่ไหม?” จู่ๆ โต้งก็รามือไปเสียอย่างนั้นมิวเลยได้จังหวะหลับตาพักจนหายเหนื่อยหอบกำลังจะบอกให้โต้งลงไปจากตัวเพราะรู้สึกหนักขึ้นมาจริงแล้วๆแต่พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่านัยน์ตาซื่อเริ่มทอประกายระยับอย่างไม่น่าไว้ใจ

 

มิวชักจะจนแต้ม เขาเพิ่งเคยรู้สึกอยากให้ตัวเองหดเล็กลงเหลือสองนิ้วก็ตอนที่โต้งใช้นัยน์ตาพราวมองเขาอย่างอ่อนโยนมิวได้ยินเสียงโต้งกระซิบสั่นพร่าทว่าก้องกังวานดังซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวใจเขา

 

“โต้งว่าโต้งก็ชักจะลืมๆ ไปแล้วนะ มิวล่ะจำเรื่องที่ม้าหินอ่อนบ้านโต้งได้ไหม หือม์?”  

 

คราแรก... โต้งสาบานได้เลยว่าแค่อยากแกล้งมิวเท่านั้นแต่พอได้เห็นดวงหน้ากระจ่างซับสีเลือดชวนมองได้เห็นนัยน์ตาคู่โตเสหลบเขาอย่างเขินๆได้เห็นคนขี้แกล้งที่ตอนนี้ตัวแข็งทื่อไปแล้ว...ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะส่งเสียงดังแข่งกับเสียงหัวใจของเขา โต้งก็ชักไม่อยากให้มันจบลงแค่การล้อเล่น

 

“โต้งขอจูบมิวได้ไหมอะ”

 

สมองสั่งให้มิวปฏิเสธและผลักโต้งออกไป แต่ปากเจ้ากรรม...หรือบางทีอาจจะเป็นหัวใจตัวดีกลับทรยศเขา รู้ตัวอีกทีมิวก็ตอบรับโต้งไปแล้วเสียอย่างนั้น

 

“อือ ตามใจโต้งสิ”

 

โต้งค่อยๆ โน้มตัวลงมา จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัวชัดขึ้นจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน จนริมฝีปากหยักแตะลงมาอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง... อีกครั้งและอีกครั้ง กระทั่งครั้งที่เท่าไหร่มิวเองก็ไม่แน่ใจ ความนุ่มนวลจึงเริ่มเปลี่ยนเป็นรุกเร้ามิวไม่รู้ว่ามือโต้งสอดไปใต้เสื้อเขาตอนไหน รู้แต่พอเขาเริ่มส่งเสียงประหลาดมิวถึงได้พยายามดึงสติตัวเองกลับมาแล้วค่อยๆ ผละออกจากโต้ง

 

“มิวหวาน” โต้งชมมิวซื่อๆแต่มิวอยากบอกว่าสายตาโต้งเองนั่นแหละที่มองมิวอย่างหวานเชื่อมกว่าโต้งจ้องซะมิวทนไม่ไหวต้องก้มหน้างุดๆ ซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างแก้เขิน

 

ให้ตายเถอะ! มิวรู้สึกว่าห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นสบายกลับอบอ้าวขึ้นจนตัวร้อน หน้าร้อน หูร้อนไปหมดแล้ว

 

“ทีนี้มิวจำได้ยัง ว่าแต่งเพลงให้ใคร?”

 

“....”  มิวเงียบเพราะสมองยังตื้อๆ จัดลำดับความคิดอะไรไม่ค่อยถูก

 

“ถ้ายังไม่จำไม่ได้ โต้งทวนให้อีกรอบก็ได้นะ” โต้งเสนอตัวอย่างใจดีแต่มิวกลับเบิกตากว้าง รีบรัวตอบกลับมาจนโต้งฟังแทบไม่ทัน

 

“เอ้ย จำได้แล้วโต้ง มิวแต่งเพลงให้โต้ง ให้โต้งคนเดียวตอนนั้นโต้งบอกว่าเพลงเพราะดีนะ แล้วมิวก็บอกโต้งว่าถ้าไม่มีโต้ง ก็ไม่มีเพลงนี้แล้ว... แล้ว.. แล้วๆๆ” 

 

“แล้วมิวก็ทำตาหวานๆ ยิ้มยั่วๆ จนโต้งอดใจไม่ไหวต้องจูบมิว”

 

“บ้าดิโต้ง โต้งนั่นแหละเป็นคนโอบมิวไปกอด แถมยังดึงมิวไปจูบอีก”

 

“เอ๊ มิวพูดอย่างนี้โต้งก็เสียหายสิเนี่ย โต้งว่ามาลองกันอีกรอบดีป่ะจะได้รู้ชัดๆ ว่าใครเริ่มก่อนกันแน่” โต้งกระแซะมิวพลางยักคิ้วถามอย่างทะเล้น

 

“โห ไม่ค่อยจะเนียนเลยนะโต้ง เขยิบไปไกลๆ เลย มิวร้อน”

 

“ก็ร้อนดิ่ มีแฟนเร่าร้อนอย่างโต้งนี่นา”

 

“อะไร แฟรใคร? ใครเป็นแฟนมิว??” มิวหันมายิ้มใส่ตาโต้งก่อนจะถามเสียงสูงเหมือนไม่รู้จริงๆ

 

“แฟนมิวก็โต้งไงครับ”

 

“มั่วแล้วโต้ง ตอนโน้นโต้งบอกมิวเองนะว่า ‘เราคงคบมิวเป็นแฟนไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักมิวนะ’ ”

 

“โห โต้งพูดตั้งแต่ปีมะโว้แล้วมิว”

 

“มะโว้อะไร แค่สองปีเอง มิวยังจำได้อยู่เลย”

 

“ก็ตอนนั้นโต้งยังไม่เคลียร์กับแม่นี่นา พอที่บ้านเข้าใจโต้งแล้วโต้งก็รีบมาง้อมิวเลยนะ มิวเมินโต้งเป็นเดือนๆ โต้งก็ทนได้”โต้งจับตัวมิวโยกไปมาเป็นเชิงง้อเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังทำหน้านิ่งๆ อยู่

 

“เมินอะไร มิวก็คุยกับโต้งอยู่นะ อย่ามาใส่ร้ายมิวสิโต้ง”

 

“คุยดิ แต่มิวเล่น คุณอย่างนั้น ผมอย่างนี้ ไม่ก็ครับๆ ทุกคำ โต้งก็ไม่ไหวนะ”

 

 “ทนไม่ไหวก็ไม่เป็นไรโต้งมิวไม่รั้งโต้งไว้หรอก ถ้าโต้งอยาก... ไป โต้งก็บอกมิวนะ มิวจะเป็นคนถอยไปเอง” รอยยิ้มของมิวเหมือนกับรอยยิ้มในคืนวันคริสต์มาสเมื่อสองปีก่อนที่เขาทำร้ายมิวปากมิวยิ้ม แต่ตามิวไม่ยิ้มด้วย นัยน์ตาคู่สวยฉายแววแห้งผาก บอกให้โต้งรู้ว่ามิวกำลังร้องไห้...อยู่ในใจ

 

“โต้งอาจจะไม่เคยพูดออกมาตรงๆ นะ แต่โต้งว่าเราเป็นแฟนกันดีมั้ย”

 

“ขอบใจนะโต้ง แต่มันจะดีหรอ มิวไม่อยากผูกมัดโต้งเอาไว้ไม่อยากให้คำว่ารักมันย้อนกลับมาทำร้ายเราเอาทีหลัง” ปลายเสียงมิวสั่นขณะที่มิวซุกตัวไปในอ้อมกอดโต้งเพื่อซ่อนหยาดน้ำตา

 

มิวรู้ว่าเขาเป็นคนดึงโต้งให้ต่ำลง ถ้าโต้งไม่มาเจอเขาอีกโต้งก็คงเป็นคนปกติ เรียนจบ ทำงาน แต่งงานกับผู้หญิงดีๆ สักคน แล้วมีลูกมีหลานน่ารักๆให้น้านีย์กับน้ากรอุ้ม

 

มิวรู้... แต่ถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้ มิวก็เลือกที่จะเจอโต้งเหมือนเดิมแม้จะทำให้เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ หรืออนาคตต้องเจ็บปวด มิวก็ยังอยากเจอโต้ง

 

แต่โต้งล่ะ จะอยากเจอนายหรือเปล่ามิว?

 

“โต้งไม่สัญญาหรอกนะ เพราะโต้งรู้ว่ามิวไม่ชอบโต้งเชื่อว่าคำว่ารักมันอยู่ในทุกการกระทำของโต้ง โต้งจะรอจนกว่ามิวจะมั่นใจต่อให้นานแค่ไหน โต้งก็คิดว่ามันคุ้มที่จะรอ”

 

‘รัก’ ของโต้งไม่ใช่ความอ่อนหวานอย่างมานั่งเช็ดน้ำตาให้อะไรให้ แต่ ‘รัก’ ของโต้งอ่อนโยนกว่านั้นเพราะโต้งค่อยๆ เชยคางเขาขึ้นมา แล้วบรรจงจูบซับน้ำตาเบาๆกอดปลอบกระทั่งเขาหยุดสะอื้นไห้

 

ทั้งการกระทำ คำพูด สายตา และคำสัญญาของโต้ง...ทุกสิ่งอย่างที่โต้งทำให้เขา

 

แล้วจะให้เขาเป็นคนเห็นแก่ตัวได้อย่างไร?

 

“โต้ง”

 

"หือม์?”

 

 

 

 

“มิวสงสัยว่าทำไมโต้งต้องรอด้วยล่ะ?”

 

 

 

และวันนั้นคือวันที่ฉันและเธอมีรัก... 
อยู่กับวันของเรา... เคียงคู่กันไม่ห่าง...
วันที่ฝันของฉันและเธอได้เป็นจริง...
กับรัก... อยู่กับเราสองคน...และทำให้เราได้รู้ว่า...

... ว่ามันคุ้มกับเวลาที่เฝ้ารอคอย ...

... คอยวันของเรา ...


 

 

 

สำหรับผมแล้วความรักไม่ใช่แค่เรื่องราวของคนสองคนเท่านั้น

แล้วผมก็หวังว่าคุณจะ ‘รัก’ ในเรื่องราวของผมกับเขา

และคิดว่าคุณจะ ‘หวัง’ ให้รักของเรามีปลายทางที่สวยงาม

 

ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่ยังใม่สิ้นหวังในรัก และขอให้คุณพบ ‘วันของเรา’กับใครคนนั้นที่คุณรอ


 

 

- THE END -

edit @ 14 Jun 2009 18:56:44 by ♪ J-Ne ♪

Comment

Comment:

Tweet

I will recommend not to wait until you get enough money to buy goods! You should take the <a href="http://goodfinance-blog.com">loans</a> or consolidation loans and feel yourself comfortable

#5 By Janette22Sawyer (31.184.236.63) on 2011-12-20 21:18

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยย
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย

มิวน่ารักอ๊าาาาาาา
- //////////////// -

เรื่องต่อไป รีเควส นนท์โจ้ !!!
ขอ แร่ดๆๆๆๆๆๆๆ โฮกกกก > [] <

#4 By :Sakura-n *MCK: on 2009-07-24 22:05



โหย หวาดมดกัดอะ
อ่านไปเขิลล์ไป กี๊ซซซซซ
แรกๆ เหมือนมิวจะแมนกว่าแล้วโต้งออกแนวเกะงุงิ
อ่านไปอ่านมา ก๊ากกกก มิวน่ารักมว๊ากกกกกกกก
โฮ้ย เขิ้ลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล์

#3 By { tairataraban } on 2009-06-17 17:39

น่ารักดีค่ะ
มีตอนต่ออีกมั้ย
ชอบๆๆ confused smile

#2 By peanut_p (นัทจัง) (158.108.225.117) on 2009-06-17 13:15

ตามมาอ่านจ๊ะ น่ารักมาก ๆ หวานดีจัง

เขียนต่อสิจะตามอ่าน big smile

#1 By lucky (124.120.125.19) on 2009-06-17 10:33